ส่วนประกอบหนึ่งของระบบเครือข่ายภายในองค์กร และเป็นแกนหลักในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าถึงกันได้ ย่อมหนีไม่พ้นอุปกรณ์ด้าน Switching และ Routing Routing เป็นกระบวนการการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายมากกว่า 1 ระบบเข้าด้วยกัน ทำให้การสื่อสารระหว่างเครือข่าย และการบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วน Switching นั้น เป็นกระวบการทางด้านระบบเครือข่ายที่ให้อุปกรณ์เครือข่ายสามารถส่งข้อมูลไปยังปลายทางได้อย่างถูกต้อง และลดการสูญเสียข้อมูลระหว่างการส่งให้ได้มากที่สุด
ส่วนประกอบหนึ่งของระบบเครือข่ายภายในองค์กร และเป็นแกนหลักในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าถึงกันได้ ย่อมหนีไม่พ้นอุปกรณ์ด้าน Switching และ Routing
Routing เป็นกระบวนการการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายมากกว่า 1 ระบบเข้าด้วยกัน ทำให้การสื่อสารระหว่างเครือข่าย และการบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วน Switching นั้น เป็นกระวบการทางด้านระบบเครือข่ายที่ให้อุปกรณ์เครือข่ายสามารถส่งข้อมูลไปยังปลายทางได้อย่างถูกต้อง และลดการสูญเสียข้อมูลระหว่างการส่งให้ได้มากที่สุด

ในปัจจุบัน มีอุปกรณ์มากมายที่ทำหน้าที่ด้าน Routing & Switching และครอบคลุมการนำไปใช้กับองค์กรตั้งแต่ระดับ Home use ไปจนถึง Enterprise Solution ในการเลือกใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ จะต้องคำนึงถึงหน้าที่ และการนำไปใช้ในรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสม เช่น การเลือกซื้ออุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติ POE ที่สามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้, การเลือกอุปกรณ์ที่สามารถทำ Packet Filtering เบื้องต้นได้ หรือแม้แต่ Bandwidth ที่รองรับได้ของแต่ละอุปกรณ์ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญทั้งหมด


ส่วนประกอบหนึ่งของระบบเครือข่ายภายในองค์กร และเป็นแกนหลักในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าถึงกันได้ ย่อมหนีไม่พ้นอุปกรณ์ด้าน Switching และ Routing
Routing เป็นกระบวนการการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายมากกว่า 1 ระบบเข้าด้วยกัน ทำให้การสื่อสารระหว่างเครือข่าย และการบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วน Switching นั้น เป็นกระวบการทางด้านระบบเครือข่ายที่ให้อุปกรณ์เครือข่ายสามารถส่งข้อมูลไปยังปลายทางได้อย่างถูกต้อง และลดการสูญเสียข้อมูลระหว่างการส่งให้ได้มากที่สุด


ระบบโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์กร นอกจากจะประกอบไปด้วยระบบเครือข่าย, ระบบ Server/Storage แล้ว ยังจะต้องมีส่วนที่สำคัญที่สุด เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านการให้บริการ และปกป้องทรัพย์สินที่สำคัญขององค์กร นั่นคือ ระบบรักษาความปลอดภัยเครือข่าย ให้ปลอดภัยจาก ภัยคุกคามไซเบอร์ ที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรง และมาจากหลากหลายรูปแบบ เช่น อีเมลที่หลอกให้เปิดอ่าน ที่เป็นต้นเหตุของความเสียหายจากภัยที่เรียกว่า Ransomware หรือที่คุ้นหูกันดีในชื่อ ไวรัสเรียกค่าไถ่ หรือว่าจะเป็นการจารกรรมข้อมูลทั้งจากทางบุกรุกเข้ามาทางตรง หรือทางอ้อมผ่านช่องทางต่าง ๆ และการโจมตีระบบเครือข่ายจากเครื่องมือต่าง ๆ ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน
การออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยเครือข่าย เป็นศาสตร์และศิลป์ที่จะต้องผ่านการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย ควบคู่ไปกับอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพ รองรับปริมาณข้อมูลของทั้งองค์กรได้อย่างดี ไม่ทำให้การสื่อสารติดขัดจากสภาพความเป็นคอขวดของการส่งสัญญาณระบบเครือข่าย
การใช้อุปกรณ์มาคั่นกลางระหว่าง 2 เครือข่าย โดยให้ทำหน้าที่ในการคัดกรอง ตรวจสอบ และวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านั้น พร้อมทั้งทำหน้า ปล่อยให้ผ่านเข้า/ออก หรือ ยกเลิกข้อมูลเหล่านั้นไม่ให้ถูกส่งผ่านระบบเครือข่าย

Firewall คืออุปกรณ์ตัวนั้น ที่นำมาคั่นกลางระหว่างเครือข่าย และทำหน้าที่ต่าง ๆ ดังที่ได้กล่าวมา
ประเภทของ Firewall มีด้วยกัน 2 ประเภท คือ Firewall แบบปกติ ที่ทำหน้าที่คัดกรองข้อมูลในระดับ Layer 3 ของการรับ/ส่งข้อมูล ในมาตรฐาน OSI ที่สามารถคัดกรองได้เพียงแค่การระบุ ต้นทาง, ปลายทาง และ Port ของการรับ/ส่ง ข้อมูลเท่านั้น และอีกประเภทหนึ่ง คือ Next Generation Firewall ที่มีความสามารถเพิ่มมากขึ้น และครอบคลุมทุก Layer ในมาตรฐาน OSI Model
Next Generation Firewall คือคำตอบของการรักษาความปลอดภัยเครือข่ายในองค์กรที่ดีที่สุดในปัจจุบัน การเลือกใช้อุปกรณ์ให้เหมาะสม รวมถึง Brand เป็นส่วนช่วยใช้การออกแบบ การวางแผน และการนำไปใช้ เกิดประสิทธิภาพสูงที่สุด ซึ่งจะช่วยปกป้องทรัพย์สินอันมีค่าขององค์กร นั่นคือ ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ภายในองค์กร
Next Generation Firewall เป็น Firewall ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และสามารถควบคุมการใช้งานได้ครบทั้ง 7 Layers ของ OSI Model และเพิ่ม Layer ที่ 8 ขึ้นมานั่นคือ User หรือ Political Layer ซึ่งเป็นการเข้าไปตรวจสอบการทำงานของ User ที่มีความซับซ้อนมากกว่าข้อมูลที่ถูกส่งผ่านมาตรฐาน OSI 7 Layers อยู่หลายเท่า และเนื่องมาจาก พฤกติกรรมของ User ที่มีความหลากหลาย ไม่สามารถควบคุมได้จากกฎระเบียบต่าง ๆ ที่กำหนดขึ้นในเชิงนโยบาย ทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นต่าง ๆ ภายในองค์กรนั้นไม่ได้ถูกแก้ไขหรือป้องกันได้อย่างเต็มที่ Next Generation Firewall (NGFW) เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการในด้านการป้องกันแบบครบวงจร และครบทั้งองค์ประกอบด้านระบบเครือข่ายได้อย่างดี
แล้วเราจะเลือก NGFW มาใช้งานภายในองค์กรได้อย่างไร ถึงจะเหมาะสม และตอบโจทย์กับองค์กรมากที่สุด?
คำตอบที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด คือให้เรา WTC Computer เป็นผู้วิเคราะห์หาความต้องการที่แท้จริงของคุณ โดยสิ่งที่เราจะคำนึงถึงเป็นอันดับแรกคือ ความคุ้มค่าในด้านการลงทุน และความปลอดภัยของข้อมูลของคุณเป็นสำคัญ
ปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้ NGFW อย่างคร่าว ๆ มีดังต่อไปนี้ -จำนวนผู้ใช้ ที่ใช้งานพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน (Concurrent Session)
-ปริมาณข้อมูลที่จะถูกส่งผ่านเข้า/ออกในตัวอุปกรณ์ NGFW (Throughput)
-ลักษณะของการป้องกันภัยคุกคาม
ด้วยความที่เป็นอุปกรณ์ที่คั่นกลางระหว่าง 2 เครือข่าย ทำให้การคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาแล้ว เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะหากไม่ได้คำนวน หรือวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ นอกจากจะไม่ช่วยให้การป้องกันความปลอดภัยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังจะส่งผลให้เกิดปัญหาด้านการส่งผ่านข้อมูลระหว่างเครือข่ายอีกด้วย
ด้วยความเชี่ยวชาญของบุคลากรของทาง WTC ที่ผ่านการอบรมในหลักสูตรต่าง ๆ ทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติ คุณจึงมั่นใจในความสามารถของบุคลากรในด้าน Network Security ของเรา ที่จะให้บริการคุณได้อย่างดีที่สุด